มีโอกาสได้ไปแข่งขันสุนทรพจน์ที่ ม.ทักษิณ เมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๔
เป็นสุนทรพจน์สด ได้หัวข้อ "มีทักษะภาษาไทย ส่งผลยิ่งใหญ่ในชีวิต"
แต่เรื่องที่เราพูด กลับเป็น "ในหลวงกับพระมหากรุณาธิคุณกับการใช้ภาษาไทย"
มันทำให้เรารู้ว่า ไหวพริบในการพูดสุนทรพจน์สดนั้น ต้องมีอย่างยิ่งยวด แต่เราไม่มีเลยซะนั่น
งานนี้ คว้าที่ ๘ ไปครอง จากทั้งหมด ๓๑ ทีม
ข้างล่างนี้เป็นบทที่เราพูด
***********************************
พระผู้ทรงเมตตาประชาราษฎร์ ประเทศชาติดำรงสุขทุกสมัย
ธ ผู้เอื้อเกื้อกูลภาษาไทย ดำรัสให้ดำรงไว้คู่แผ่นดิน
เรียนท่านประธาน ท่านคณะกรรมการ และท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน กระผม นายอรรฆโรจน์ ไพโรจน์ นักเรียนโรงเรียนนวมินทราชูทิศ ทักษิณ พูดในหัวข้อ “พระเจ้าอยู่หัวกับพระมหากรุณาธิคุณด้านการใช้ภาษาไทย ”
ในโลกนี้จะมีสักกี่ชาติกี่ประเทศ ที่มีภาษาเป็นของตนเอง และจะมีประเทศใดเล่าที่จะมีความงามทางภาษาอันเป็นวิจิตรเอกลักษณ์ ดั่งเช่น ประเทศไทย
หากจะกล่าวว่า ภาษาไทย เป็นภาษาที่มีความงาม และไพเราะที่สุดในโลกก็คงไม่ผิดนัก จากเหตุผลที่ว่าการที่ภาษาไทยมีเสียงสระ และเสียงพยัญชนะ ที่มีการผสมผสานกันอย่างลงตัว แล้วยังมีเสียงวรรณยุกต์ที่เปรียบเสมือนเสียงสูงต่ำแห่งดนตรี อีกทั้งเรื่องการสรรคำมาใช้ในลักษณะต่าง ๆ ทั้ง การเล่นคำ การหลากคำ การซ้ำคำ คำพ้อง คำผวน หรือคำผัน การใช้โวหารต่างๆ เหล่านี้ล้วนแสดงถึงความมีเสน่ห์แห่งภาษาอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง
ภาษาไทยถือว่าเป็นวัฒนธรรมประจำชาติที่เป็นเครื่องมือสำคัญของการติดต่อสื่อสาร ผู้ที่สามารถใช้ภาษาได้ดีจึงสามารถประสบความสำเร็จ ในทางกลับกัน หากมีการนำภาษาไปใช้ไม่เหมาะสม ความผิดเพี้ยนแห่งภาษาย่อมจะส่งผลให้เกิดความเสียหายหลายประการ นอกจากใช้สื่อสารอาจไม่ประสบความสำเร็จแล้ว ยังมีความเสียหายของภาษาอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติที่เราต่างภาคภูมิใจกันมาช้านาน
ในยุคที่เทคโนโลยีสารสนเทศเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว เทคนิคใหม่ ๆในการติดต่อสื่อสารผุดขึ้นมากมาย และเน้นความสะดวกรวดเร็วเพิ่มขึ้น ภาษาไทยซึ่งผูกพันต่อการดำรงชีวิตประจำวันของคนไทย จึงได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของความเจริญก้าวหน้าเหล่านั้นอย่างยากที่จะหลีกเลี่ยงได้ ภาษาไทยที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน จึงเปลี่ยนแปลงจากเดิมอย่างน่าวิตก และหากไม่เร่งรีบหาทางแก้ไขและป้องกันเสียแต่เนิ่น ๆ นับวันภาษาไทยก็จะยิ่งเสื่อมลง เป็นผลเสียต่อเอกลักษณ์และคุณค่าของภาษาไทยอย่างไม่ต้องสงสัย
จากพระราชดำรัสตอนหนึ่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชที่ว่า “ภาษาไทยเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งของชาติ ภาษาทั้งหลายเป็นเครื่องมือของมนุษย์ชนิดหนึ่ง คือเป็นทางสำหรับแสดงความคิดความเห็นอย่างหนึ่ง เป็นสิ่งสวยงามอย่างหนึ่งเช่นในทางวรรณคดี เป็นต้น ฉะนั้น จึงจำเป็นต้องรักษาให้ดี ประเทศไทยนั้นมีภาษาของเราเองซึ่งต้องหวงแหน” ซึ่งพระราชทานเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในการประชุมทางวิชาการ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๐๕ จนเป็นเหตุให้ในเวลาต่อมาคณะรัฐมนตรีได้กำหนดให้วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ของทุกปีเป็น “วันภาษาไทยแห่งชาติ”เพื่อเฉลิมพระเกียรติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นนักปราชญ์และนักภาษาไทย รวมถึงเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงแสดงความห่วงใยและพระราชทานแนวคิดต่างๆเกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย แนวคิดสำคัญ ๆ เหล่านี้นั้นบ่งชี้ชัด และปลุกทุกคนให้ตระหนักถึงความภาคภูมิใจที่คนไทยมีภาษาประจำชาติ ทั้งทรงฝากข้อคิดถึงการดำรงรักษาไว้ซึ่งสมบัติล้ำค่าของชาติไว้ว่า
“เราโชคดีที่มีภาษาของตนเองแต่โบราณกาล จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้อย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในทางออกเสียง คือ ให้ออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจน อีกอย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในการใช้”
สิ่งที่พสกนิกรประจักษ์ ในการเป็น "ในหลวงนักปราชญ์ภาษาไทย" คือ การที่ทรงมีพระปรีชาญาณและพระอัจฉริยภาพในการใช้ภาษาไทย ทรงรอบรู้ปราดเปรื่องถึงรากศัพท์ของคำไทย ทั้งภาษาบาลี และสันสกฤต ทรงพระอุตสาหะวิริยะแปลและเรียบเรียงวรรณกรรมภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทยที่สมบูรณ์ด้วยลักษณะวรรณศิลป์ และเป็นแบบอย่างแก่ประชาชนในการใช้ภาษาไทย ดังจะเห็นได้จากพระราชนิพนธ์แปล เรื่องนายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ พระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก และอีกหลายๆบท หากกล่าวถึงบทเพลงที่มีความไพเราะทั้งด้านลีลาภาษาและความหมายอันลึกซึ้งกินใจ คงไม่มีใครจะปฏิเสธได้ว่าบทเพลงพระราชนิพนธ์แห่งองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯนั้นมีความไพเราะน่าฟังยิ่งนัก นั่นแสดงให้เห็นถึงอัจฉริยภาพแห่งการใช้ภาษาไทยอย่างแท้จริง
พระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมฯที่มีแก่วงการภาษาไทย เท่ากับเป็นการจุดประกายในหัวใจของคนไทยทั้งชาติ ให้เกิดความหวงแหนในภาษาประจำชาติ
ภาษาไทยเป็นสมบัติอันล้ำค่าของชาติ เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่บ่งบอกถึงความเป็นคนไทยอันน่าภาคภูมิใจยิ่งนัก จะมีสิ่งใดที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นเกราะป้องกันภาษาประจำชาติจากการถูกคุกคาม นอกเสียจากว่าคนไทยจะมีจิตสำนึก ตระหนักถึงคุณค่าของการมีภาษาประจำชาติ และสนองตอบต่อพระราชดำรัสแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯในด้านการใช้ภาษาไทยและดำรงรักษาภาษาไทยไว้คู่กับเอกราชของชาติไทยตลอดไป
ขอบคุณครับ